การเล่าเรื่องชีวิต เกี่ยวกับการศึกษาของมนุษยชาติ แนวคิดในการใช้ชีวิต ทั้งในด้านการมุ่ง "คน งาน เงิน" ตลอดจนคำนิยามของความรัก การอยู่รวมกันในสังคม ฯลฯ โดยใช้ธรรมะมาเป็นฐานในการดำรงชีพ เพื่อมุ่งไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติภาพ โดยสันติสุข จากสันติธรรม
ไม่ติดยึดโลกธรรม 8 ประการ ดังคำพระท่าน..
บทคติธรรม..เป็นพื้นฐานส่วนตัว..
"ไม่ยึดติด ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข"..!!!
มีลาภ เสื่อมลาภ..
มียศ เสื่อมยศ..
มีสรรเสริญ มีนินทา..
มีสุข มีทุกข์..
ทุกสิ่งล้วน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ..
"มีคือ ไม่มี"..ความแน่นอนคือ ความไม่แน่นอน..
ความไม่แน่นอน..นั่นแหละ..เป็นสิ่งที่แน่นอน..
เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี..
จิตคิด สสาร จะดึงกัน เข้าหากัน ผู้มีศีลธรรมเช่นใด จะพบคนเช่นนั้น้สมอกัน..
คนคิดเช่นไร อุปนิสัยเช่นไร จะคบกันด้วยความเสมอกัน ฉันนั้น..!!!
ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ทะเยอทะยานเกินตัว ไม่มองใครดี ใครชั่ว ทุกคนไปตามกรรมของเขา..
เราไม่ควรเจ้าไปขัดกรรม ข้องแวะ ติเตียน ให้เป็นกรรมแก่ตัวเราเอง..
เราสั่งสอน แนะนำ พร่ำบอก ชี้แนะทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม..
หากแต่เขาไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่ปฏิบัคิ นี่นก็คือ..ความเห็นต่าง..
และทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง..
"ปณิธานนี้ เราสั่งจิตตัวเองไว้ ก่อนที่จะมารับตำแหน่งครูนี้ เพื่อไม่ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ตามโลกธรรม 8 เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เราไม่อยากเด่น ไม่อยากดัง อยากทำบทบาทหน้าที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ยุ่งยาก ไม่ล้ำหน้า ไม่ล้าหลัง อยากทำความดี เจริญในธรรม พอดี พอเพียง พอใจ ในสิ่งที่เป็น พิจารณาตนเอง แข่งกับตัวเองให้ดีกว่าเมื่อวานเท่านั้น".. และยังคงจารึกปณิธานเดิมนี้ต่อไป โปรดอย่าเข้าใจอะไรในตัวข้าพเจ้าผิดเลย ข้าพเจ้าไม่อยากเด่นดังเลยจริงๆ โปรดปลดปล่อยข้าพเจ้าทำงานอย่างเรียบง่ายเถิด สาธุๆๆ..
"ไม่ยึดติด ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข"..!!!
มีลาภ เสื่อมลาภ..
มียศ เสื่อมยศ..
มีสรรเสริญ มีนินทา..
มีสุข มีทุกข์..
ทุกสิ่งล้วน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ..
"มีคือ ไม่มี"..ความแน่นอนคือ ความไม่แน่นอน..
ความไม่แน่นอน..นั่นแหละ..เป็นสิ่งที่แน่นอน..
เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี..
จิตคิด สสาร จะดึงกัน เข้าหากัน ผู้มีศีลธรรมเช่นใด จะพบคนเช่นนั้น้สมอกัน..
คนคิดเช่นไร อุปนิสัยเช่นไร จะคบกันด้วยความเสมอกัน ฉันนั้น..!!!
ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ทะเยอทะยานเกินตัว ไม่มองใครดี ใครชั่ว ทุกคนไปตามกรรมของเขา..
เราไม่ควรเจ้าไปขัดกรรม ข้องแวะ ติเตียน ให้เป็นกรรมแก่ตัวเราเอง..
เราสั่งสอน แนะนำ พร่ำบอก ชี้แนะทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม..
หากแต่เขาไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่ปฏิบัคิ นี่นก็คือ..ความเห็นต่าง..
และทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง..
"ปณิธานนี้ เราสั่งจิตตัวเองไว้ ก่อนที่จะมารับตำแหน่งครูนี้ เพื่อไม่ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ตามโลกธรรม 8 เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เราไม่อยากเด่น ไม่อยากดัง อยากทำบทบาทหน้าที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ยุ่งยาก ไม่ล้ำหน้า ไม่ล้าหลัง อยากทำความดี เจริญในธรรม พอดี พอเพียง พอใจ ในสิ่งที่เป็น พิจารณาตนเอง แข่งกับตัวเองให้ดีกว่าเมื่อวานเท่านั้น".. และยังคงจารึกปณิธานเดิมนี้ต่อไป โปรดอย่าเข้าใจอะไรในตัวข้าพเจ้าผิดเลย ข้าพเจ้าไม่อยากเด่นดังเลยจริงๆ โปรดปลดปล่อยข้าพเจ้าทำงานอย่างเรียบง่ายเถิด สาธุๆๆ..
วางเฉย เป็นกลางๆ ไม่ทุกข์ บริสุทธิ์ เป็นธรรมะขั้นสูง
อ่านหนังสือหลายเล่ม หลากอาจารย์..
พบว่า..อยากให้จิตใจบริสุทธิ์ต้อง.."ห้ามติดยึดดี-ชั่ว"...!!!
ต้องทำใจให้เป็นกลางๆ เรียนรู้สุขทุกข์ ดีชั่ว..
เห็นความไม่ดีของผู้อื่นให้ขอบคุณเขา และพิจารณาสิ่งไม่ดีนั้นว่าเป็นธรรมดาของเขา อต่เราอย่าทำแบบนั้น..
เห็นความดีของผู้อื่นให้อนุโมทนากับเขา และขอบคุณเขาที่ทำเป็นอย่างให้แก่เรา..
จงมีสติ พิจารณาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นการปฏิบัติธรรม ทำหน้าที่ให้ดี เป็นปีะโยชน์ ก็คือการทำบุญ สะสมบารมี เช่นกัน..
ดังนั้น อย่าว่าเขาดี อย่าว่าเขาไม่ดี อย่าตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของเรา..
เขาดีหรือไม่ดี เบื้องบนจะตัดสินเอง..ไม่ใช่เรา..
จิตวิญญาณของเราจึงจะบริสุทธิ์ ไม่ด่างพร้อย และจะเข้าใกล้ความพ้นทุกข์จริง..
พบว่า..อยากให้จิตใจบริสุทธิ์ต้อง.."ห้ามติดยึดดี-ชั่ว"...!!!
ต้องทำใจให้เป็นกลางๆ เรียนรู้สุขทุกข์ ดีชั่ว..
เห็นความไม่ดีของผู้อื่นให้ขอบคุณเขา และพิจารณาสิ่งไม่ดีนั้นว่าเป็นธรรมดาของเขา อต่เราอย่าทำแบบนั้น..
เห็นความดีของผู้อื่นให้อนุโมทนากับเขา และขอบคุณเขาที่ทำเป็นอย่างให้แก่เรา..
จงมีสติ พิจารณาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นการปฏิบัติธรรม ทำหน้าที่ให้ดี เป็นปีะโยชน์ ก็คือการทำบุญ สะสมบารมี เช่นกัน..
ดังนั้น อย่าว่าเขาดี อย่าว่าเขาไม่ดี อย่าตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของเรา..
เขาดีหรือไม่ดี เบื้องบนจะตัดสินเอง..ไม่ใช่เรา..
จิตวิญญาณของเราจึงจะบริสุทธิ์ ไม่ด่างพร้อย และจะเข้าใกล้ความพ้นทุกข์จริง..
จิตคิด..
คนทุกคนมีความสุขได้..ด้วยจิตใจคิดสร้างสรรค์.. มองดี..
คนหลายคนมีทุกข์ได้..เพราะจิตคิดอกุศล.. มองลบ..
คนเราเกิดมาแล้ว ล้วนมีบุญมาก..มหาศาล..
ต่อจากนี้ทุกก้าวคิดรอบคอบ ตั้งใจดี คิดดี พูดดี ทำดี ประเสริฐแท้ สำเร็จได้..อนาคตยั่งยืน..
คนหลายคนมีทุกข์ได้..เพราะจิตคิดอกุศล.. มองลบ..
คนเราเกิดมาแล้ว ล้วนมีบุญมาก..มหาศาล..
ต่อจากนี้ทุกก้าวคิดรอบคอบ ตั้งใจดี คิดดี พูดดี ทำดี ประเสริฐแท้ สำเร็จได้..อนาคตยั่งยืน..
บุรุษพึงสังวรณ์สำรวมระวัง
อันยอดบุรุษพึงระวัง 3 อย่าง..
"เงิน อำนาจ และสตรี"..!!!
ความมานะ พยายาม ความทะยานอยาก ความมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายคณานัป.,
เมื่อพบเจอทางแห่งความสำเร็จแล้ว..
หากจะยั่งยืน ต้องอเทน ครองตน ครองใจ ครองธรรม..
"ไม่หลงในเงินตราทรัพย์สินเงินทอง ไม่หลงในลาภยศสรรเสริญตำแหน่งหน้าที่ และไม่หลงในอิสตรีเพศที่จะเข้ามาปอกลอกมอมเมาและทำให้หลงผิดในตัวตนให้ไปในทางเสื่อม"..
"เงิน อำนาจ และสตรี"..!!!
ความมานะ พยายาม ความทะยานอยาก ความมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายคณานัป.,
เมื่อพบเจอทางแห่งความสำเร็จแล้ว..
หากจะยั่งยืน ต้องอเทน ครองตน ครองใจ ครองธรรม..
"ไม่หลงในเงินตราทรัพย์สินเงินทอง ไม่หลงในลาภยศสรรเสริญตำแหน่งหน้าที่ และไม่หลงในอิสตรีเพศที่จะเข้ามาปอกลอกมอมเมาและทำให้หลงผิดในตัวตนให้ไปในทางเสื่อม"..
สุข ทุกข์ ในโลก
ด้วยความเป็นมนุษย์ปุถุชน หรือคนธรรมดา..
มักจะมีอุปนิสัยติดตัวคนเรามาคือ.."เหนือเหตุผลคืออารมณ์"..!!!
ความสุข ความทุกข์ ขึ้นลง มีมามีไป รวดเร็วมากๆ..
เสมือนกราฟฟันปลา เพราะคนเรามักคิดว่าสุขคือ สะดวก สบาย สนุก..
พอไม่สะดวก สบาย สนุก ก็จะคิดว่า.."เราเป็นทุกข์แล้ว"...
ทั้งที่โลกใบนี้มีสุขเช่นกัน แต่มันคือสุขแบบโลกียะสุข..สุขทางโลก.. สะดวก สบาย สนุก..
แต่ไม่ใช่สุขที่แท้จริง..ที่ไม่ต้องทุกข์ นั่นคือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย โศก เวทนา ยินดียินร้าย ไม่เสถียรภาพ..
ดังนั้น หากอยากสุขบนโลก ก็พึงกระทำได้ แต่อย่าหลงยึดว่ามันจะเป็นเช่นนั้นนิรันดร..
เพราะสุขแบบนี้จะไม่ยั่งยืน เปลี่ยนแปลงไปจลอดเวลา และถ้ามันพรากไป.."เราจะพบเจอกับความทุกข์อีกอย่างแน่นอน"..
มักจะมีอุปนิสัยติดตัวคนเรามาคือ.."เหนือเหตุผลคืออารมณ์"..!!!
ความสุข ความทุกข์ ขึ้นลง มีมามีไป รวดเร็วมากๆ..
เสมือนกราฟฟันปลา เพราะคนเรามักคิดว่าสุขคือ สะดวก สบาย สนุก..
พอไม่สะดวก สบาย สนุก ก็จะคิดว่า.."เราเป็นทุกข์แล้ว"...
ทั้งที่โลกใบนี้มีสุขเช่นกัน แต่มันคือสุขแบบโลกียะสุข..สุขทางโลก.. สะดวก สบาย สนุก..
แต่ไม่ใช่สุขที่แท้จริง..ที่ไม่ต้องทุกข์ นั่นคือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย โศก เวทนา ยินดียินร้าย ไม่เสถียรภาพ..
ดังนั้น หากอยากสุขบนโลก ก็พึงกระทำได้ แต่อย่าหลงยึดว่ามันจะเป็นเช่นนั้นนิรันดร..
เพราะสุขแบบนี้จะไม่ยั่งยืน เปลี่ยนแปลงไปจลอดเวลา และถ้ามันพรากไป.."เราจะพบเจอกับความทุกข์อีกอย่างแน่นอน"..
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)